กอนช. เตือน ปชช. ระวังสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา

มีคนเฝ้าติดตามอย่างต่อเนื่อง กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ออกประกาศฉบับที่ 24 / 2564 เรื่อง เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระย าและแม่น้ำท่าจีน จากอิทธิพลของร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่ าง ภาคกล าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกล างพัดปกคลุมทะเลอันดามัน และอ่าวไทย ในช่วงวันที่ 14 17 ตุล าคม 2564 ส่งผลให้มีฝนตกหนัก บริเวณลุ่มน้ำปิง เจ้าพระย า สะแกกรัง ท่าจีน และป่าสัก

ทำให้เกิดน้ำไหลล้นทางระบายน้ำล้นเขื่อนทับเสล า จังหวัดอุทัยธานี เขื่อนกระเสียว จังหวัดสุพรรณบุรี และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี และจังหวัดสระบุรี รวมทั้งทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำปิง แม่น้ำสะแกกรัง แม่น้ำป่าสัก คลองชัยนาท-ป่าสัก แม่น้ำเจ้าพระย า และแม่น้ำท่าจีน เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้ประเมิน และวิเคราะห์ปริมาณฝนตก (ONE MAP) ร่วมกับ กรมอุตุนิยมวิทย าและสถาบันสารสนเทศทรัพย ากรน้ำ (องค์การมหาชน) คาดการณ์ปริมาณน้ำหล ากจากตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระย าจากแม่น้ำปิง จะทำให้มีน้ำไหลผ่านบริเวณอำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เพิ่มสูงสุด จากอัตรา 2,484 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 3,000 – 3,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในวันที่ 22 ตุล าคม 2564

โดยจะบริหารจัดการน้ำที่เขื่อนเจ้าพระย า ด้วยการหน่วงน้ำและผันน้ำเข้าคลองต่าง ๆ ด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระย า ทำให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระย า อำเภอสรรพย า จังหวัดชัยนาท อยู่ในเกณฑ์ 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระย าบริเวณเหนือเขื่อน และท้ายเขื่อนเจ้าพระยา มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบัน ประมาณ 0.20 0.40 เมตร ในช่วงวันที่ 23 – 30 ตุล าคม 2564 ดังนี้

1. จังหวัดนครสวรรค์ บริเวณตำบลย่านมัทรี ตำบลย างขาว ตำบลน้ำทรง ตำบลพยุหะ และตำบลท่าน้ำอ้อย อำเภอพยุหะคีรี

2. จังหวัดอุทัยธานี บริเวณตำบลท่าซุง ตำบลเกาะเทโพ และตำบลหาดทนง อำเภอเมืองอุทัยธานี

3. จังหวัดชัยนาท บริเวณตำบลชัยนาท ตำบลบ้านกล้วย ตำบลท่าชัย ตำบลในเมือง ตำบลเขาท่าพระ ตำบลหาดท่าเสา และตำบลธรรมมูล อำเภอเมืองชัยนาท ตำบลมะขามเฒ่า อำเภอวัดสิงห์ ตำบลคุ้งสำเภา ตำบลวัดโคก ตำบลศิล าดาน และตำบลท่าฉนวน อำเภอมโนรมย์ ตำบลโพนางดำออก และตำบลโพนางดำตก อำเภอสรรพย า

4. จังหวัดสิงห์บุรี บริเวณตำบลประศุก ตำบลชีน้ำร้าย ตำบลอินทร์บุรี ตำบลท่างาม ตำบลทับย า และตำบลน้ำตาล ตำบลโพกรวม ตำบลบางกระบือ ตำบลบางมัญ ตำบลบางพุทรา ตำบลต้นโพธิ์ ตำบลม่วงหมู่ และอำเภออินทร์บุรี อำเภอเมืองสิงห์บุรี ตำบลหัวป่า ตำบลพรหมบุรี ตำบลโรงช้าง ตำบลบ้านแป้ง ตำบลบางน้ำเชี่ยว ตำบลพระงาม และตำบลบ้านหม้อ อำเภอพรหมบุรี

5. จังหวัดอ่างทอง บริเวณตำบลราชสถิต ตำบลชะไว ตำบลไชโย ตำบลหลักฟ้า ตำบลชัยฤทธิ์ ตำบลไชยภูมิ ตำบลเทวราช และตำบลจระเข้ร้อง อำเภอไชโย ตำบลป่าโมก ตำบลบางปล ากด ตำบลโรงช้าง ตำบลบางเสด็จ และตำบลโผงเผง อำเภอป่าโมก

6. จังหวัดพระนครศรีอยุธย า บริเวณคลองบางบาล และแม่น้ำน้อย บริเวณตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา ตำบลล าดชิด และตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ ตำบลบ้านกุ่ม ตำบลไทรน้อย ตำบลบางบาล ตำบลบางชะนี ตำบลบางหัก และตำบลบางหลวงโดด อำเภอบางบาล

7. จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนนทบุรี และกรุงเทพมหานคร บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกแนวคันกั้นน้ำริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระย า

สำหรับแม่น้ำท่าจีน มีปริมาณน้ำไหลล้นข้ามทางระบายน้ำล้น เขื่อนกระเสียว และไหลไปสมทบกับปริมาณน้ำท่าที่เกิดจากฝนตกด้านท้ายเขื่อน ทำให้มีปริมาณน้ำไหลลงแม่น้ำท่าจีน 150 200 ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที ทั้งนี้ จะบริหารจัดการโดยผันน้ำเข้าทุ่งโพธิ์พระย า เพื่อลดปริมาณน้ำหล าก ปริมาณน้ำส่วนที่เหลือจะส่งผลให้ระดับน้ำแม่น้ำท่าจีน ตั้งแต่จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดนครปฐม และจังหวัดสมุทรสาคร มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบัน ประมาณ 0.30 0.50 เมตร ในช่วงวันที่ 20 – 27 ตุล าคม 2564 ในการนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดดำเนินการ ดังนี้

1. ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่จุดเ สี่ยงและพื้นที่ที่ยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมขังอยู่ แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนล่วงหน้า พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ข้อมูลให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระย าและแม่น้ำท่าจีน เตรียมพร้อมรับมือต่อไป

2. ตรวจสอบแนวคันกั้นน้ำ พร้อมทั้งตรวจสอบความแข็งแรงและจุดรั่วซึมของแนวป้องกันน้ำท่วม และดำเนินการซ่อมแซมให้สามารถใช้งานได้เพื่อป้องกันระดับน้ำล้นข้ามแนวคันกั้นน้ำ

3. ปรับแผนบริหารจัดการเขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำ เพื่อพร่องน้ำและเร่งระบายน้ำ ในลำน้ำ แม่น้ำ เพื่อรองรับน้ำหล ากจากพื้นที่ตอนบนเพื่อลดผลกระทบความรุนแรงของอุทกภัยและให้สถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว

4. เตรียมแผนรองรับสถานการณ์น้ำหล าก เตรียมความพร้อมบุคล ากร เครื่องจักรเครื่องมือ รวมถึงความพร้อมของระบบสื่อสารสำรอง เพื่อบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้ทันที