มีผลกับกลุ่มใหม่ หลังมีข้อเสนอตัดเบี้ยคนชรา

เป็นเรื่องให้ต้องจับตามอง โดยเมื่อวันที่ 18 กันย ายน นพ.วิชัย โชควิวัฒน รองประธานคณะอนุกรรมการกำหนดนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ กล่าวชี้แจงว่า สืบเนื่องจากที่ประชุม กผส.เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2564 ซึ่งมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เป็นประธาน ได้ตั้งคณะอนุกรรมการกำหนดนโยบายผู้สูงอายุ

ซึ่ง นางพัชรี อาระยะกุล ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธาน ตนเป็นรองประธานคนที่หนึ่ง เพื่อให้คณะอนุกรรมการฯ หาแนวทางการดำเนินนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน จึงได้จัดประชุมเมื่อวันที่ 14 กันย ายนที่ผ่านมา แต่เนื่องจากปลัด พม.ติดภารกิจ ตนจึงทำหน้าที่เป็นประธานแทน

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เชิญทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมหารือ และเปิดอิสระในการระดมความคิดเห็นแนวทางการจัดสรรเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่เหมาะสม มีการนำเสนอที่หลากหลาย

อาทิ พิจารณาจากเส้นความยากจน พิจารณาจากรายได้ขั้นต่ำ พิจารณาจัดสรรแบบถ้วนหน้าคนละ 1,000 บาทต่อเดือน เป็นต้น โดยทุกข้อเสนอได้นำมาประกอบการพิจารณา ยึดประโยชน์สูงสุดที่จะเกิดกับผู้สูงอายุ อยู่บนหลักการข้อมูลวิชาการ และหลักการของรัฐธรรมนูญและพ.ร.บ.ผู้สูงอายุฯ

นพ.วิชัย กล่าวอีกว่า โดยที่ประชุมเห็นพร้อมข้อเสนอเชิงนโยบายการให้จัดสรรโดยพิจารณาจากเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำ มีหลักการให้ผู้ที่ได้รับการจัดสรรต้องแสดงตัวตนและแสดงรายได้

และต้องประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับจัดสรรให้สาธารณชนรับรู้ พร้อมทั้งกำหนดให้มีบทเฉพาะกาลว่า การดำเนินการจะต้องไม่ให้เกิดผลกระทบกับผู้ที่ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุมาก่อนหน้านี้ได้รับความเดือดร้อน คือไม่ให้ตัดสิทธิผู้ที่ได้รับมาอยู่ก่อนหน้า

ส่วนอัตราการจัดสรรจะต้องให้เพียงพอต่อการยังชีพจริง ซึ่งจำนวน 600-700 บาทต่อเดือนคงไม่เพียงพอ แต่จะเป็นสัดส่วนเท่าไหร่เป็นหน้าที่รัฐบาลจะไปพิจารณา และอนาคตควรจัดสรรให้เป็นสวัสดิการถ้วนหน้าสำหรับผู้สูงอายุ

นพ.วิชัย กล่าวต่ออีกว่า อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอดังกล่าวเป็นเพียงข้อเสนอเชิงนโยบายที่คณะอนุกรรมการฯ พิจารณาภายใต้กรอบเวลา 1 เดือนเท่านั้น ส่วนจะดำเนินการตามข้อเสนอหรือไม่ รวมถึงเงื่อนเวลาดำเนินการและอัตราที่จัดสรรขึ้นอยู่กับ กผส.และคณะรัฐมนตรี (ครม.)ตัดสิน ซึ่งกผส.จะมีการประชุมวันที่ 23 กันย ายนนี้

กรณีที่ภาคส่วนต่างๆ ออกมาเคลื่อนไหว ตนถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพื่อให้เกิดความเห็นหลากหลายประกอบการตัดสินใจของรัฐบาลในการได้ข้อสรุปที่เกิดประโยชน์ต่อผู้สูงอายุ

ทั้งนี้ ปัจจุบันเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจ่ายแบบขั้นบันได โดยให้ถ้วนหน้า ดังนี้ อายุ 60 – 69 ปี ได้รับเบี้ยยังชีพเดือนละ 600 บาท, อายุ 70 – 79 ปี ได้รับเบี้ยยังชีพเดือนละ 700 บาท, อายุ 80 – 89 ปี ได้รับเบี้ยยังชีพเดือนละ 800 บาท และอายุ 90 ปี ขึ้นไป ได้รับเบี้ยยังชีพเดือนละ 1,000 บาท

อย่างไรก็ตาม นพ.วิชัยแจงปมเสนอ ตัดเบี้ยผู้สูงอายุ ให้แค่คนจน ใช้เกณฑ์รายได้ขั้นต่ำ ยันมีผลเฉพาะหน้าใหม่ หากมีความคืบหน้าอย่างไรจะรายงานให้ทราบต่อไปค่ะ