ศบค. ยังให้คงมาตราการเข้ม ต่อเวลาเคอร์ฟิว

ประชาชนติดตามอย่างต่อเนื่อง จากกรณีวันที่ 9 ก.ย.64 มีรายงานว่าที่ศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ ร ะ บ า ด ของ โ ร ค ติ ด เ ชื้ อ ไ ว รั ส โ ค โ ร น า 2019 (ศปก.ศบค.) เปิดเผยว่า การประชุม ศบค.ชุดเล็ก

มีความเห็นร่วมกันที่จะนำเสนอเรื่องลดจำนวนจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (พื้นที่สีแดงเข้ม) เพื่อขอความเห็นชอบจาก ศบค.ชุดใหญ่ที่จะประชุมในวันที่ 10 ก.ย. มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค.เป็นประธาน ทั้งนี้ ปัจจุบันจังหวัดสีแดงเข้มมี 29 จังหวัด

ล่ าสุดมีรายงานว่าวันที่ 10 ก.ย.64 ที่ประชุม ศบค. ชุดใหญ่วันนี้ โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

มีมติคงพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (พื้นที่สีแดงเข้ม) 29 จังหวัด จากเดิมที่มีรายงานว่า ศปก.ศบค.

ได้เสนอให้มีการพิจารณาลดพื้นที่ลง เนื่องจากปัจจุบันการแพร่ระ บ า ด ของ โ ค วิ ด -1 9 แม้จะมีแนวโน้มลดลง แต่ก็ยังมีจำนวนผู้ ติ ด เ ชื้ อ สูงอยู่ และยังมีจำนวนผู้ เ สี ย จำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังให้คงมาตรการป้องกันควบคุม โ ร ค ตามระดับพื้นที่สถานการณ์ ตามข้อกำหนดฉบับที่ 32 เดิม

ถึงวันที่ 30 ก.ย. 2564 และกำหนดให้ work from home ไปจนถึงสิ้ นเดือน ก.ย. ส่วนเรื่องการห้ามออกนอกเคหสถาน หรือ เคอร์ฟิว ยังคงเวล าเดิม ตั้งแต่เวล า 21.00-04.00 น.

ส่วนกิจการและกิจกรรม เช่น การอนุญาตให้นั่งรับประทานในร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ร้านทำผม ยังคงปิดสถานบันเทิง ห้ามดื่ม ในร้านเช่นเดิม แต่เพิ่มความเข้มข้นในการควบคุมกำกับ ตามมาตรการ C OV ID Free Setting มาตรการควบคุมแบบบูรณาการ ในการปิดสถานที่เ สี่ยงต่าง ๆ สื่อสารให้ประชาชนปฏิบัติบัติมาตรการ UniversalPrevention