ผลสอบออกมา ไม่ใช่วัคซีนทิ้งถังขยะ

ยังมีที่ติดตามจากประเด็นดราม่า เเพทย์หญิงรายหนึ่ง ใน รพ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช พาญาติที่ไม่ใช่บุคลากรด่านหน้ามา ฉี ด วั ค ซีนไฟเซอร์ จนเกิดกระแสไม่พอใจวิพากษ์วิจารณ์กันสนั่น

ในเวลาต่อมา หมอสาวรายนี้ ออกมาชี้แจงว่า เป็น วั ค ซีนที่เหลือก้นขวด ที่ทิ้งแล้ว ไม่ได้เบียดไปแย่ง วั ค ซี น เอาของใคร ฉี ด ให้พี่สาวและแม่ ตามที่เป็นข่าว และยืนยันว่าจะไม่ขอลาออก

เกี่ยวกับเรื่องนี้คืบหน้าล่าสุด นายแพทย์จรัสพงษ์ สุขกรี นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ขณะนี้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนวินัย แพทย์หญิง รพ.นบพิตำ พาญาติมา ฉี ด วั ค ซีนไฟเซอร์ที่ให้เฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าเท่านั้น อยู่ในระหว่างการสรุปสำนวนและกำหนดแนวทางการดำเนินการทางวินัย ซึ่งจะเสนอให้ผู้ว่าฯ เป็นผู้พิจารณาตามขั้นตอนระเบียบของทางราชการ

ส่วนกรณีแพทย์หญิงอ้างว่า วั ค ซี น อยู่ในถังขยะ ข้อเท็จจริงนั้นมีกระบวนการที่สำคัญคือได้จัด ซื้อเข็มและหลอดเพื่อใช้ วั ค ซี น ให้ครบและประหยัด ลดการสูญเสียในกระบวนการโดยใช้เข็มที่มีพื้นที่ค้างของยาน้อยที่สุด เรียกว่า Low dead space

ทำให้ยาติดค้างในเข็มและในไซริงค์น้อยมากวัคซีนไฟเซอร์ปกติจะได้ 6 โดส แต่ได้ทำให้เพิ่มขึ้นได้เป็น 7 โดส

การอ้างว่าโดสที่ 7 เป็นโดสที่ทิ้งไม่ใช่เป็นความตั้งใจอยู่แล้ว และเป็นไปในลักษณะเดียวกับแอสตราเซเนก้า ที่ปกติ ฉี ด ได้ 10 โดส แต่เราสามารถดึง ฉี ด ได้ถึง 11 โดสเป็นปกติ” นายแพทย์จรัสพงษ์ กล่าว

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าหนังสือที่แพทย์หญิงรายนี้ยื่นมาขอลาออกยังไม่สมบูรณ์ตามระเบียบของทางราชการ ทั้งยังต้องพิจารณาวินัยจากการถูกตั้งกรรมการสอบสวน จึงทำให้การลาออกไม่เป็นผล รวมทั้งการยกเลิกการลาออกเป็นสิทธิส่วนตัวของแพทย์หญิงสามารถทำได้