หนุ่มใหญ่หลบหนีคดีมา 13 ปี สุดท้ายไม่รอด

 

เป็นเรื่องราวให้ตกใจ เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.ปกรษณ์เกียรติ พงษ์ธนนิกร สว.กก.2 บก.ป. พร้อมกำลังเข้าจับกุม นายสำรวย หรือวุฒิศักดิ์ จันทร์อิ่ม อายุ 53 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดปราจีนบุรี ที่ 56/2551

ลงวันที่ 11 ส.ค. 51 ข้อหา ร่วมกันปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม, พ.ร.บ.อาวุ ธ และสวมเครื่องแบบและประดับเครื่องหมายของเจ้าพนักงานโดยไม่มีสิทธิ และซ่องโจร  ได้ที่บริเวณริมถนนสาธารณะ หมู่ 3 ต.ท่าตูม อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2551 ตำรวจ สภ.เมืองปราจีนบุรี รับแจ้งจากเจ้าของท่าข้าวแห่งหนึ่งว่า มีกลุ่มบุคคลต้องสงสัยแต่งกายคล้ายตำรวจ จำนวน 5 คน มาติดต่อขายข้าวเปลือกให้จำนวน 50 เกวียน ราคาเกวียนละ 12,000 บาท พร้อมกับให้เตรียมเงินสด 600,000 บาท ไว้เป็นหลักประกัน จึงอยากให้ช่วยตรวจสอบ ทันทีที่เจ้าหน้าที่มาถึง กลุ่มบุคคลดังกล่าวกลับรีบขับรถหลบหนี ก่อนเสียหลักพุ่งตกข้างทาง เจ้าหน้าที่จึงทำการควบคุมทั้ง 5 คน มาทำการสอบสวน ประกอบด้วย นายสมชาย เต็มเปี่ยม นายสงบ เต็มเปี่ยม นายสำราญ ขันสำลี นายเจริญ หมวกทอง และนายสำรวย จันทร์อิ่ม ผู้ต้องหารายนี้ ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนขับและเป็นคนที่แต่งกายชุดดาบตำรวจพร้อมพกอา วุ ธ

อย่างไรก็ตาม ภายหลังถูกจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าวได้ยื่นขอประกันตัวในชั้นศาล แต่เมื่อถึงกำหนดนัดรายงานตัว นายสำรวย ผู้ต้องหารายนี้กลับมีพฤติการณ์หลบหนีไม่ยอมมารายงานตัวตามนัด จึงถูกออกหมายจับ ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่าปัจจุบัน นายสำรวย ได้หนีมากบดานอยู่ในพื้นที่ จ.สระบุรี จึงนำกำลังติดตามจับกุมได้ดังกล่าว

สอบสวน นายสำรวย รับสารภาพว่า ก่อเหตุดังกล่าวจริง ซึ่งหลังจากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ก็พยายามหลบหนีคดีเรื่อยมาเป็นเวลากว่า 13 ปี เพราะไม่อยากติดคุก ส่วนที่ต้องแต่งกายให้คล้ายตำรวจ ก็เพราะตนรักอาชีพตำรวจ แต่ไม่สามารถเป็นได้ ก็เลยใช้การแต่งกายเอาแทน ขนาดลูกและเมียยังเชื่อเลยว่าตนเป็นตำรวจจริง เมื่อมาถูกจับครอบครัวก็น่าจะรู้ความจริงแน่ๆ เบื้องต้นจึงแจ้งข้อหานำตัวส่งศาลจังหวัดปราจีนบุรี ดำเนินคดีต่อไป