ชาวเน็ต ตั้งคำถามไฟเซอร์หายไปไหน ทำไมยอดไม่ตรงกับวันรับมอบ

ยังเป็นเรื่องราวที่ทุกคนให้ความสนใจและเกาะติด โดยเมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2564 ศบค. เปิดเผยรายละเอียดเรื่องการพิจารณาแผนการให้บริการวัคซีนcv-19 ของแผนการบริหารจัดการวัคซีน Pfizer บริจาค มาถึงประเทศไทย เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ที่ผ่านมา จำนวน 1,503,450 โดส

โดยระบุรายละเอียดถึงหลักเกณฑ์การจัดสรรวัคซีนในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย อ้างอิง มติการประชุมคณะทำงานด้านบริหารจัดการการให้บริการวัคซีนcv-19 วันที่ 24 และ 30 ก.ค. 2564 ดังนี้

  1. บุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับภารกิจดูแลผู้ป่ว ยcv-19 ทั่วประเทศ (เข็ม 3 กระตุ้นภูมิคุ้มกัน) จำนวน 700,000 โดส จำนวน 700,000 ราย โดยต้องมีชื่อปรากฎในฐานข้อมูลระบบกระทรวงสาธารณสุข ว่า ได้รับการฉี ด วั คซี น Sinovac 2 เข็มแล้ว อย่างน้อย 4 สัปดาห์ ในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ และยังไม่ได้รับวัคซีน AStraZeneca เป็นเข้ มกระตุ้น
  2. ผู้มีภาวะเสี่ ย ง สูงจากการติดcv-19 ที่มีสัญชาติไทย ประกอบด้วย ผู้สูงอายุ ผู้มี โ ร คเ รื้ อรั ง 7 กลุ่มโ ร ค อายุ 12 ปีขึ้นไป และหญิงตั้ง ค รร ภ์อายุ 12 สัปดาห์ขึ้นไป จำนวน 645,000 โดส จำนวน 322,500 ราย ในพื้นที่ 13 จังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด
  3. ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย เน้นผู้สูงอายุและโร คเ รื้ อรั ง หญิง ตั้ ง ครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป และผู้เดินทางไปต่างประเทศ เช่น นักเรียนไทย และทูต จำนวน 150,000 โดส จำนวน 75,000 ราย โดยกระทรวงการต่างประเทศจะเป็นหน่วยงานประสานหลัก
  4. ทำการศึกษาวิจัย (ได้รับการอนุมัติโดยคณะกรรมการวิจัยจริยธรรม) จำนวน 5,000 โดส จำนวน 2,500 ราย โดยกรมควบคุมโ ร คเป็นผู้พิจารณา ที่คำนึงถึงประโยชน์ในด้านการควบคุมโ ร ค ของประเทศเป็นสำคัญ
  5. สำรองส่วนกลางสำหรับตอบโต้การแพร่ของเชื้ อกลา ยพั น ธุ์ Beta จำนวน 3,450 โดส จำนวน 1,725 ราย ในพื้นที่ร ะ บ า ด

ซึ่งจำนวนตัวเลขรวมในวันนี้ 1,503,450 โดส แตกต่างเป็นคนละตัวเลขจากเมื่อวันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่ทางฝั่งรัฐบาล ระบุว่าได้รับจำนวน 1,540,000 โดส

โดยในรายงานของ ศบค. ระบุว่า จำนวนวั ค ซีน ที่จัดสรรสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์การ ร ะบ า ดของโ ร ค และแจ้งเพิ่มเติมว่าในข้อที่ 5 มีการปรับเปลี่ยนตามจำนวนวัคซีนที่ได้รับส่งมอบ เมื่อ 30 ก.ค. 2564

ล่าสุดวันที่ 2 ส.ค. 2564 นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวผ่านรายการ”แจงให้เคลียร์กับทีมโฆษกรัฐบาล” โดย น.ส.รัชดา กล่าวถึงกรณีการจัดสรรวัค ซี นไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดส ให้บุคลากรด่านหน้าว่า จากกรณีโซเชียลมีเดียเผยแพร่ถามหาวั ค ซี นไฟเซอร์ว่าหายไปไหนนั้น

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ข้อเท็จจริงเราได้รับการสนับสนุนวัคซีนจากสหรัฐอเมริกา จำนวน 1,503,450 โดส ตัวเลขนี้เป็นตัวเลขจริง และวั ค ซีนไม่ได้หายไปไหน ซึ่งสามารถตรวจสอบกับทางสถานทูตสหรัฐอเมริกาได้ ทั้งนี้เมื่อได้วัคซีนมาก็ได้จัดสรรให้กับกลุ่มบุคคลต่างๆ โดยหลักจะเป็นบุคลากรทางการแพทย์ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย 7 โ ร คเ สี่ ย ง และสต รีมีค รรภ์ที่มีอายุค ร รภ์เกิน 12 สัปดาห์

“ทุกเรื่องเราดำเนินการอย่างโปร่งใส เพราะเข้าใจดีว่าประชาชนติดตามและมีคำถาม ซึ่งจะนำข้อมูลมาชี้แจงให้ทุกท่านเกิดความสบายใจ” น.ส.รัชดา กล่าว

นายอนุชา กล่าวว่า ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ประชุมและมีมติเรื่องเกณฑ์การจัดสรรวั ค ซี นไฟเซอร์ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ โดยบุคลากรทางการแพทย์ที่ฉีดซิโนแวค หรือซิโนฟาร์ม ครบ 2 เข็ม จะสามารถฉีดไฟเซอร์เข็มที่ 3 ได้ ส่วนกรณีที่ฉีด วั คซี นอย่างอื่นมา 1 เข็มแล้ว จะได้ฉี ดไฟเซอร์เป็นเข็มที่ 2 สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยฉีดวัคซีนเลยจะสามารถฉี ดไฟเซอร์ได้ 2 เข็ม ส่วนบุคลากรที่เคยติดcv-19และยังไม่ได้รับวัคซีนจะได้ฉีดไฟเซอร์ 1 เข็ ม ทั้งนี้บุคลากรทางการแพทย์จะเป็นผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซี นไฟเซอร์ที่สหรัฐอเมริกาสนับสนุนเป็นอันดับต้นๆ โดยประมาณ 7 แสนโดส

“ขอยืนยันว่าไม่มีแน่นอนที่ประเทศไทย คนไทย หรือรัฐบาลสนับสนุนฉีดวั ค ซี นให้กับบุคคลที่เป็นวีไอพี ทั้งนี้หากประชาชนเห็นว่ามีใครได้รับการฉีด วัค ซี นในลักษณะที่ไม่ถูกต้อง สามารถเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียได้ ซึ่งเราตรวจสอบกันได้อยู่แล้ว และรัฐบาลพยายามที่จะทำให้โปร่งใสที่สุด” นายอนุชา กล่าว